Thai Asean Co-operative
     Please wait..........
Untitled Document

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player


      

 บริการของเรา

 

หน้าหลัก 
    แนะนำอาเซียน 
    ข้อมูลสหกรณ์ในอาเซียน 
  ยุทธศาสตร์การเข้าสู่ AEC
ข้อมูลการค้าตลาดอาเซียน

 

บทความสหกรณ์อาเซียน
  เอกสารประกอบการสัมมนา  
  ความร่วมมือระหว่างประเทศ
   

 สหกรณ์ของไทย

   ขบวนการสหกรณ์ 
   กฏหมายสหกรณ์ไทย 
ประเภทสหกรณ์ 
  ทำเนียบสหกรณ์ไทย 
   สถิติการเงินสหกรณ์ไทย 
   





  

ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสหกรณ์


 

            ตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ระบุว่า “หนังสือสัญญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หมายถึง ความตกลงระหว่างประเทศทุกประเภทที่จัดทำขึ้นระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ในรูปแบบที่เป็นลายลักษณ์อักษร และอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะถูกบันทึกไว้ในเอกสารฉบับเดียวหรือหลายฉบับที่เกี่ยวพันกัน และไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร” จำแนกสัญญาออกเป็น หนังสือสัญญาสันติภาพ หนังสือสัญญาสงบศึก และหนังสือสัญญาอื่นๆ

          การทำสัญญาระหว่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ถ้าสัญญาเหล่านั้นมีลักษณะดังนี้

·         มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ

·         ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามหนังสือสัญญา

·         มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง

·         มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน และงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ 

            บันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศ (Memorandum of Understanding – MoU) เป็นชื่อเรียกชื่อหนึ่งของหนังสือสัญญาหรือสนธิสัญญา มีลักษณะที่ฝ่ายหนึ่งแสดงความสมัครใจจะปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด และตามเงื่อนไขที่ปรากฏในหนังสือนั้นกับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่หนังสือนี้ไม่ถือว่าเป็นสัญญาผูกมัด แต่แสดงความต้องการอันแน่วแน่ของผู้ลงนามว่าจะปฏิบัติดังที่ระบุไว้ในบันทึกนั้น ตัวอย่างเช่น MoU ระหว่างไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับนความร่วมมือกันส่งเสริมการทำ contract farming ภายในประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง MoU ระหว่างไทยกับเมียนมาร์เกี่ยวกับการจ้างแรงงาน เป็นต้น

            ดังนั้น การทำสัญญาในรูปแบบใดๆ ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐอื่นๆ หรือกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ก็ตาม ขอให้พึงระมัดระวังอย่างรอบคอบก่อนที่จะดำเนินการทำสัญญา โดยให้พิจารณาว่าหากกระทำไปแล้วจะก่อให้เกิดผลกระทบหรือมีข้อผูกพันตามประเภทของหนังสือสัญญา เช่น มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันต่อด้านการค้าการลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ หรือไม่ อย่างไร ก่อนที่จะนำเสนอขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมเป็นสำคัญ

แนวทางในการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศ

1.     ขั้นเตรียมการทำหนังสือสัญญา ให้ดำเนินการจัดลำดับความสำคัญในเรื่องที่จะต้องเจรจา ประเมินคู่เจรจา ประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และสิ่งท้าทาย (SWOT) ศึกษาความพร้อมภายในประเทศ สิ่งแวดล้อมภายนอกประเทศ ความพร้อมของคู่เจรจา

2.     ขั้นตอนการจัดทำกรอบการเจรจา (Framework) เมื่อวิเคราะห์แล้วว่ามีความถูกต้องเหมาะสมที่ควรจะทำหนังสือสัญญา จึงต้องกลั่นกรองเนื้อหาที่ควรจะกำหนดเป็นกรอบในการเจรจา ซึ่งประกอบไปด้วยระบุได้ว่าใครคือผู้เจรจา ภูมิหลังเป็นอย่างไร วัตถุประสงค์คืออะไร ขอบเขตคืออะไร พันธกรณีคืออะไร และกรอบเวลานานแค่ไหน เป็นต้น  

3.     ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญา คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย เมื่อเจรจาเรียบร้อยแล้ว กรณีที่ไม่มีการแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน ให้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนลงนามในสัญญาเท่านั้น กรณีที่มีการแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามข้อ 190 วรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมคณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็วเหมาะสม และเป็นธรรม

4.     หลังจากแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน (Ratification) แล้ว กำหนดให้ติดตามผลการใช้บังคับของหนังสือสัญญา และติดตามพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากหนังสือสัญญา

ความร่วมมือระหว่างประเทศของกรมส่งเสริมสหกรณ์

            กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้แทนภาครัฐของขบวนการสหกรณ์ ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศกับองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และดำเนินความร่วมมือตามข้อตกลงทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศต่างๆ ในฐานะที่เป็นสมาชิกหรือเป็นหน่วยงานหลักแห่งชาติ (National Focal Point) ด้านสหกรณ์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ขบวนการสหกรณ์ ให้สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีแก่สมาชิกสหกรณ์ของไทยและต่างประเทศ

            ความร่วมมือระหว่างประเทศที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปมีส่วนร่วมในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้

1.    ระดับภายในภูมิภาค คือ ความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศภายในภูมิภาค

a.     ในฐานะประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียนจึงได้อยู่ในคณะกรรมการศูนย์อาเซียนเพื่อการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร (ASEAN Center for the Development of  Agricultural Cooperative - ACEDAC) และคณะทำงานด้านสหกรณ์การเกษตร (ASEAN Sectoral Working Group on Agricultural Cooperative – ASWGAC)  กรมส่งเสริมสหกรณ์รับผิดชอบด้าน Data and Information Exchange

2.    ระดับภายนอกภูมิภาค คือ ความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยกับประเทศภายนอกภูมิภาค องค์กรระหว่างประเทศภายนอกภูมิภาค รวมถึงความร่วมมือของ ASEAN กับประเทศต่างๆ นอกภูมิภาค

a.     เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารเครือข่ายงานความร่วมมือเพื่อพัฒนาสหกรณ์การเกษตรในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Regional Network for the Development of Agricultural Cooperatives in ASIA and Pacific - NEDAC) และเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ NEDAC เป็นประจำทุกปี เพื่อหารือและดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในการพัฒนาสหกรณ์การเกษตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nation – FAO) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับสหกรณ์การเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งของขบวนการสหกรณ์การเกษตร มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร และมีสมาชิก 11 ประเทศ ในเอเชีย

3.    ความร่วมมือระหว่างประเทศแบบทวิภาคีและพหุภาคี  เป็นการให้ความร่วมมือด้านการเกษตรภายใต้ MOU ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น ข้อเสนอความร่วมมือ ASEAN – Japan, ASEAN – India, ASEAN – New Zealand ฯลฯ

 

           

 

   

             

 

 

  


 

 


 

 


 

  

 

 

 

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ตัวช่วยธุรกิจไทยบุกตลาดโล

ศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับ AEC
 





สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556
กรมส่งเสริมสหกรณ์
12 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์ 0-2281-3095