Thai Asean Co-operative
     Please wait..........
Untitled Document

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player


      

 บริการของเรา

 

หน้าหลัก 
    แนะนำอาเซียน 
    ข้อมูลสหกรณ์ในอาเซียน 
  ยุทธศาสตร์การเข้าสู่ AEC
ข้อมูลการค้าตลาดอาเซียน

 

บทความสหกรณ์อาเซียน
  เอกสารประกอบการสัมมนา  
  ความร่วมมือระหว่างประเทศ
   

 สหกรณ์ของไทย

   ขบวนการสหกรณ์ 
   กฏหมายสหกรณ์ไทย 
ประเภทสหกรณ์ 
  ทำเนียบสหกรณ์ไทย 
   สถิติการเงินสหกรณ์ไทย 
   





  

แนะนำประชาคมอาเซียน


คำขวัญของประชาคมอาเซียน

“One Vision Identity One Community”
“หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม”

สมาคมประชาชาติแห่งอาเซียนตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) หรือ ASEAN

เป็นองค์กรทางภูมิรัฐศาสตร์และองค์การค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเชีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า อาเซียนมีพื้นที่ราว 4435570 ตารางกิโลเมตรมีประชากรราว 600 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2554 GDP ของประเทศสมาชิกรวมกันคิดเป็นมูลค่าราว 1.8 ล้านดอลล่าห์สหรัฐฯ คิดเป็นลำดับที่ 9 ของโลกเรียงตาม GDP มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางราชการ

อาเซียนมีจุดเริ่มต้นจากสมาคมอาเซียน (ASA) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2504 โดยอาเซียนไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่ได้ถูกยกเลิกไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2510 ได้มีการลงนามในปฏิญญากรุงเทพอาเซียนได้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีรัฐสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเรื่องการสร้างความมั่นคงการพัฒนาสังคม วัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิกอย่างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสามชิกอย่างสันติ หลังจากปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา อาเซียนมีรัฐสมาชิกเพิ่มขึ้นจนครบ 10 ประเทศในปัจจุบัน ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2551 อาเซียนได้มีการลงนามในกฎบัตรอาเซียน เพื่อการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทำให้อาเซียนมีสถานะคล้ายกับสหภาพยุโรปมากยิ่งขึ้น ส่วนเขตการค้าเสรีอาเซียนได้เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2553 และกำลังก้าวสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558

วัตถุประสงค์

จากสนธิสัญญาความสามัคคีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการสรุปแนวทางของสมาคมประชาชาติแห่งอาเซียนตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 6 ข้อ ดังนี้

1) ให้ความเคารพแก่เอกราช อำนาจอธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกลักษณ์ของสมาชิกทั้งหมด
2)
รัฐสมาชิกแต่ละรัฐมีสิทธิที่จะปลอดจากการแทรกแซงจากนอกการรุกรานดินแดนและการบังคับขู่เข็ญ
3) จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของรัฐสมาชิกอื่น ๆ
4) ยอมรับในความแตกต่างระหว่างกัน หรือแก้ปัญหาระหว่างกันอย่างสันติ
5) ประณามหรือไม่ยอมรับการคุกคามหรือการใช้กำลัง
6) หาความร่วมมือระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

กฎบัตรอาเซียน ASEAN Charter จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี พ.ศ. 2558 (ปี ค.ศ. 2010) ตามที่อาเวียนได้ตกลงไว้ โดยต้องการให้อาเซียนเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลที่ประสิทธิภาพ มีสถานะทางกฎหมายเป็นนิติบุคคล และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ในกฎบัตรอาเซียนยังได้ระบุประเด็นใหม่ที่แสดงความก้าวหน้าของอาเซียน อาทิ การมีเพลงประจำอาเวียน การจัดองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน และการจัดตั้งกลไกสำหรับการระงับข้อพิพาท เป็นต้น สามประชาคมหลักตามกฎบัตรอาเซียน ผู้นำอาเซียนได้ลงนามปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียนฉบับที่ 2 บาหลี (Bali Concord II) เพื่อประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียนโดยสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ. 2558 โดยสนับสนุนการรวมตัวและความร่วมมืออย่างรอบด้านด้วยการจัดตั้งสามประชาคมหลัก ดังนี้

1. ประชาคมการเมืองความมั่นคง (APSC) 

2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 

3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (AACC) 

ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (APSC)

ปัจจุบันอาเซียนอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดทำร่างแผนการจัดตั้งประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน โดยมีเป้าหมาย ดังนี้

1. สร้างประชาคมอาเซียนให้มีค่านิยมร่วมกัน

2. ให้อาเซียนสามารถเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในรูปแบบใหม่

3.    เสริมสร้างให้อาเซียนมีปฏิสัมพันธ์ที่หนักแน่นและสร้างสรรค์กับประชาคมโลกอาเซียนเป็นผู้นำในภูมิภาค

ประชาคมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 13 ที่สิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2550 ผู้นำอาเวียนได้ลงนามแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้อาเซียนมีความสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นได้ เนื่องจากกระแสโลกาภิวัตน์และแนวโน้มการจักทำข้อตกลงการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการแข่งขันการลงทุนโดยตรงที่มีแนวโน้มที่จะถ่ายโอนไปสู่ประเทศอื่นนอกภูมิภาคอาเซียน เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาเซียนต้องเร่งรัดการรวมกลุ่มภายในเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยมีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วมกันการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ และการบรูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจ

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) ตั้งขึ้นเพื่อให้อาเซียนมีสังคมที่เอื้ออาทรและความมั่นคง ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีระดับการพัฒนาในทุกด้าน โดยระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอาเวียน โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านสังคมเพื่อรองรับการเป็นประชาคมซึ่งเน้นใน 4 ด้าน ได้แก่

1. การสร้างประชาคมแห่งสังคมที่เอื้ออาทร

2. แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ

3. ส่งเสริมความยังยืนของสิ่งแวดล้อมและการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง

4. ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนทุกระดับรากหญ้า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งรับรู้ข่าวสารซึ่งเป็นรากฐานที่จะนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และขณะนี้อาเซียนอยู่ระหว่างการจัดทำร่างแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียน

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC

ความเป็นมา ภายหลังที่การดำเนินการไปสู่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเวียนหรืออาฟตา AFTA ได้บรรลุเป้าหมายในปี พ.ศ. 2546 อาเซียนยังคงให้ความสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 8 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ณ ประเทศกัมพูชาได้เห็นชอบให้อาเซียนกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งลักษณะคล้ายคลึงกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรปในระยะเริ่มแรก เพื่อดำเนินการตามดังกล่าวของผู้นำอาเซียน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ได้เห็นชอบให้การศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนซึ่งผลการศึกษา ได้เห็นชอบให้ทำการศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านสินค้าอุปโภค – บริโภค ซึ่งอุตสาหกรรมที่อาเซียนมีการค้าระหว่างกันสูงสุดและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุดของอาเซียน ในขณะเดียวกันอาเซียนต้องปรับปรุงกระบวนการดำเนินการงานภายในของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการประชุมสุดยอดอาเวียนในปี 2546 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ผู้นำอาเซียได้ออกแถลงการณ์ Bali Concord II เห็นชอบให้มีการรวมตัวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ภายในปี 2563 และเร่งรัดการรวมกลุ่มเพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการสำคัญ 11 สาขา ได้แก่ การท่องเที่ยว การบิน ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ ไม้ ยาง สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรและการประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ ต่อมาได้เพิ่มอีกหนึ่งสาขา คือ สาขาโลจิสติกส์ เป็นลำดับที่ 12โดยผู้นำอาเวียนและรับมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ลงนามในกรอบตามความตกลงและพิธีการที่เกี่ยวข้องแล้วระหว่างการประชุมสุดยอดอาเวียน ครั้งที่ 10เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ณ กรุงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2548

เป้าหมายของ AEC อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี พ.ศ. 2563 (ปี ค.ศ. 2020) โดยจะเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวร่วมกัน มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี เพื่อมุ่งให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวร่วมกัน ต่อมาผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเวียนภายในปี พ.ศ. 2558 (ปีค.ศ. 2015) เพื่อเร่งรัดเป้าหมายการจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้นอีก 5 ปี 

แนวทางดำเนินเพื่อนำไปสู่การเป็น AEC นอกจากการดำเนินการเปิดเสรีด้านการค้า สินค้า บริการ และการลงทุนระหว่างกันตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม เช่น การเร่งลดภาษีสินค้าระหว่างกันให้เหลือร้อยละ 0 ภายในปี พ.ศ. 2553 สำหรับสมาชิกเดิม และปี พ.ศ. 2558 สำหรับสมาชิกใหม่ภายใต้กรอบอาฟตา การยกเลิกข้อจำกัดการประกอบด้านการค้าบริการในอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2563 ภายใต้กรอบข้อตกลงด้านการค้าบริการอาเซียน  การเปิดให้มีการลงทุนเสรีอาเซียนและการให้การปฏิบัติเยื่องคนชาติต่อนักลงทุนอาเซียนภายในปี พ.ศ. 2553 ภายใต้เขตการลงทุนเสรีอาเซียน AIA เป็นต้น แล้วอาเซียนได้ตกลงที่จะทำการเปิดเสรีด้านการค้าสินค้าบริการให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดินในสาขาสินค้าและบริการสำคัญ 12 สาขา เพื่อเป็นการนำร่องและส่งเสริมการผลิตสินค้า โดยใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในอาเซียน ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินการเพื่อมุ่งการเป็น AECและได้มอบหมายประเทศต่าง ๆ ทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นผู้ประสานงานหลัก ดังนี้

พม่า  สาขาผลิตภัณฑ์เกษตรและสาขาประมง

มาเลเซีย  สาขาผลิตภัณฑ์และสาขาสิ่งทอ

อินโดนีเซีย  สาขายานยนต์และสาขาผลิตภัณฑ์ไม้

ฟิลิปปินส์  สาขาอิเล็กทรอนิกส์

สิงคโปร์  สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและสาขาสุขภาพ

ไทย  สาขาการท่องเที่ยวและสาขาการบิน

เวียดนาม  สาขาโลกจิสติกส์

การที่ไทยได้รับเป็นประสานงานหลักในสาขาการท่องเที่ยวและการบินนั้น สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและการบินในภูมิภาคนี้ HUB 

ประโยชน์และผลกระทบที่ไทยจะได้รับจาก AEC มีดังนี้

1)   การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนจะช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเขตการค้าเสรีอาเซียน AFTA ในปี พ.ศ. 2535 อาเซียนได้เพิ่มความสำคัญในการเป็นตลาดส่งออกของไทย จนปัจจุบันเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย นำทั้งสหรัฐอเมริกาแบะญี่ปุ่น  โดยมีมูลค่าการส่งออกในปี พ.ศ. 2551 กว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เมื่ออุปสรรคทางการค้าทั้งภาษีและไม่ใช่ภาษีถูกยกเลิกให้หมดไป จะเปิดโอกาสให้สินค้าเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีในภูมิภาคและเพิ่มปริมาณการค้าให้มากขึ้น ในด้านการลงทุนระหว่างปี พ.ศ. 2547 -2549 การลงทุนของไทยในประเทศอาเซียนมีมูลค่ารวมถึง 4,270 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี พ.ศ. 2550 ไทยมีมูลค่าการลงทุนในอาเซียน 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้เสรีมากขึ้น จะเปิดโอกาสให้ไทยออกไปลงทุนในกลุ่มอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น

2) เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการภายในประเทศ จากการใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกันและการเป็นพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ จากการขจัดอุปสรรคในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก จากผลการศึกษา การรวมกลุ่มของอาเซียนเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเวียนจะช่วยกระตุ้นทุนการธุรกรรมในบางกลุ่มสินค้าของอาเซียนได้ถึงร้อยละ 20 

3)  สร้างภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก จาการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและชัดเจนร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลกเกี่ยวกับการพัฒนาการในด้านเศรษฐกิจของไทยและของภูมิภาคยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนภายในประเทศ จากการดำเนินงานแผนงานในด้านการลดอุปสรรคทั้งด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งมีผลการศึกษาว่า การรวมกลุ่มของอาเซียนไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC จะช่วยให้ GDP ของประเทศสมาชิกอาเวียนขยายตัวขึ้นถึงร้อยละ 8 – 10 ต่อปี

ที่มา: AEC Fact book, กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, 2555


 

 


 

 


 

  

 

 

 

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ตัวช่วยธุรกิจไทยบุกตลาดโล

ศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับ AEC
 





สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556
กรมส่งเสริมสหกรณ์
12 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์ 0-2281-3095